วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553

เพลงเนื้อหาดีดี ของ .. "CELINE DION"

เพลง "Je ne vous oublie pas"

Dans mes absence parfois sans doute
J'aurai pu m'éloigner
Comme si j'avais perdu ma route
Comme si j'avais changé
Alors j'ai quelques mots tendresses
Juste pour le dire
Je ne vous oublie pas non jamais
Vous êtes au creux de moi
Dans ma vie dans tout ce que je fais
Mes premiers amours mes premiers rêves
Sont venus avec vous
C'est notre histoire a nous
Je ne vous oublie pas, non jamais
Vous savez tant de moi
De ma vie de tout ce que j'en fais
Alors mes bonheurs mes déchirures
Se partagent avec vous
C'est Notre histoire à nous
Je ne vous oublie pas
Parce que le temps peut mettre en cage
Nos rêves et nos envies
Je fais mes choix et mes voyages
Parfois j'en paye le prix
La vie me sourit ou me
Quelle que soit ma vie
Je ne vous oublie pas, non
Vous êtes au creux de moi
Dans ma vie dans tout ce que je fais
Mes premiers amours mes premiers rêves
Sont venus avec vous
C'est notre histoire à nous
Je ne vous oublie pas
Même a l'autre bout de la terre Je continue mon histoire avec vous
Je ne vous oublie pas, non jamais
Vous êtes au creux de moi
Dans ma vie de tout ce que je fais
Mes premiers amours mes premiers rêves
Sont venus avec vous
C'est notre Histoire à nous
Je ne vous oublie pas, non jamais
Vous savez tant de moi
De ma vie de tout ce que j'en fais
Alors mes bonheurs mes déchirures
Se partagent avec vous
C'est notre histoire à nous
Je ne vous oublie pas
Je ne vous oublie pas
[ Translation: ENGLISH ]
I Don't Forget You In my absences, maybe I could have gone away As if I had got lost on my road As If I had changed So I have a few tender words Just to tell you I don't forget you...No, never You are deep within me In my life, in everything I do My first love, my first dreams came with you It's our story of our own I don't forget you...No never You know so much about me Of my life, of what I do of it So my happiness and my sorrows I share them with you It's our story of our own I don't forget you Because time can put in cage our dreams and wills I take my decisions and travel Sometimes I pay the price for it Life smiles at me or wounds me But whatever my life is I don't forget you...No, never You are deep within me In my life, in everything I do My first love, my first dreams came with you It's our story of our own Even to the other side of the globe My story goes on with you I don't forget you I don't forget you...No, never You are deep within me In my life, in everything I do My first love, my first dreams came with you It's our story of our own I don't forget you No never You know so much about me Of my life and what I do about it So my happiness and my sorrows I share them with you It's our story of our own I don't forget you I don't forget you.

Moi Même << *

Je m'appelle TRATIP KEEREEYOY

* Je suis réfléchi , gaise , sensible , sociable et curieuse de tout

* Je n'aime pas des gens qui sont jaloux,timide , paresseuse , capricieuse et inquiet.

* Je suis gaise ,volontaire et sociable



วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

เทรนด์ป๊อป เทรนด์ฮิตวัยรุ่น . .



หรือเป็นเพราะหน้าฝน คนถึงขี้เกียจประดิษฐ์กาย แฟชั่นช่วงนี้เลย ไม่เกิด เกิด เกิด มีไฟแค่ไหนก็แพ้น้ำ (ฝน) แต่งไปก็ดับ ดับ ดับ เพราะเจอฝนสาดซะงั้น (โอ๊ย โอ๊ย จะทนได้นานสักเท่าไร) ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไง ไม่มีจิตใจอยากซื้ออะไร ทั้งที่ช่วงนี้เซลฉิบ-าย






แม้อยากมีส่วนร่วมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติ (ช็อปช่วยชาติว่างั้น) ก็ไม่ไหวละ เพลีย อีกอย่างของที่ขายมันซ้ำๆ กับของที่มีอยู่ หรือพอมีอะไรโดดเด่นขึ้นมาหน่อยก็โดนมือดีแห่งวงการตะครุบตัดหน้าไปเฉยเลย แทบตายกว่าจะได้มา สองชั่วโมงถัดมาเลิกอินซะงั้น เจ็บใจสาด ในเมื่อช่วงนี้ในวงการดูซึมๆ งั้นก็กลับมาเล่นของเก่ามาเล่าใหม่ เปลี่ยนท่วงทำนองใหม่เหมือนวงการเพลงที่หาเพลงเก่ามาให้นักร้องคนใหม่ร้องแทน ได้อารมณ์ใหม่ๆ ขึ้นมา แถมง่ายต่อการเข้าใจ เพราะเพลงมันคุ้นเนื้ออยู่แล้ว




เอาอารมณ์แบบนี้แหละมาใช้กับการแต่งตัวของเราเองบ้าง อาจจะขอยืม (หรือขอเลย) จากพี่ เพื่อน หรือผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการมาตลอดชีวิต (คือพ่อแม่เรา) มาแต่งเติมเพิ่มกลิ่น พยายามแหกกฎที่วงการแฟชั่นบัญญัติไว้เมื่อสมัยละโว้ ไอ้ที่คิดว่าไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง ไม่เข้ากัน กูขัดใจ ตอนนี้แหละกระแส Pop Remix มาพอดี คว้าไว้อย่าให้มันหลุดแผง

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

*การรบที่วอเตอลู



การรบที่วอเตอร์ลู (Battle of Waterloo)
ส่วนหนึ่งของสงครามนโปเลียน

วันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 1815 (พ.ศ. 2358)
สถานที่ วอเตอร์ลู, เบลเยียม
ผลการรบ
ฝ่ายกำลังผสม 7 ชาติ ชนะอย่างเด็ดขาด
คู่สงคราม
ฝรั่งเศส - กองกำลังผสม 7 ชาติ
(สหราชอาณาจักร,
ปรัซเซีย,
สหราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์,
ฮันโนเวอร์,
รัฐนัสซอ,
บรันสวิก-ลึนเบิร์ก)

ผู้บัญชาการรบ
นโปเลียนที่ 1 (นโปเลียน โบนาปาร์ต) - ดยุกแห่งเวลลิงตัน (สหราชอาณาจักร)
มิเชล เนย์ (เจ้าชายลำดับที่ 1 แห่งมอสโควา) - เจบาร์ด ฟอน บึนเชอร์ (ปรัซเซีย)

กำลังรบ
73,000 - 67,000 พันธมิตรแห่งสหราชอาณาจักร
64,000 ทหารปรัซเซีย (48,000 ได้รับการว่าจ้าง)

ความสูญเสีย
25,000 เสียชีวิต/บาดเจ็บ - 22,000 เสียชีวิต/บาดเจ็บ
15,000 หายสาบสูญ
7,000 ถูกคุมขัง


บทสรุป
ฝรั่งเศสแพ้ และนโปเลียนก็ถูกส่งไปยังเกาะเซนต์เฮเลน่าในมหาสมุทรแอตแลนติกในภายหลัง และก็สิ้นพระชนม์ที่นั่นด้วยพระชนมายุ 51 พรรษา (นโปเลียนที่ 1 ; เกิด 15 สิงหาคม ค.ศ. 1769 (พ.ศ. 2312) - สิ้นพระชนม์ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1821 (พ.ศ. 2364)) โดยฝรั่งเศสนั้นเหลือพื้นที่น้อยกว่าก่อนการปฏิวัติเสียอีก ถ้าจะเห็นเป็นเค้าราง ก็ตอนที่พระองค์แพ้ที่มอสโคนั่นเลยครับ ถ้าเราจะบอกว่า พระองค์ทะเยอทะยานเกินไปก็คงไม่ผิดนัก เพราะพระองค์ดำริว่า "การมีกองทัพที่ใหญ่โตนั้น จะสามารถทำให้กรุงปารีสเป็นศูนย์กลางของยุโรปได้" ตอนแพ้กลศึกแบบกองโจรของรัสเซียนี้ ก็เกือบเอาพระองค์ไม่รอดเหมือนกัน...การศึกครั้งนี้จึงเป็นครั้งสุดท้ายที่พระองค์ได้ฝากฝีมือไว้ ก่อนที่จะสิ้นอำนาจของพระองค์เป็นการถาวร...
***

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

**9 วิธีกำจัด ยุง มด แมลงสาป



บ้านไหนที่กำลังหาวิธีกำจัดยุง มด แมลงสาบ ลองทำตามกันได้เลยค่ะ

1.ใช้ฟองน้ำเปียก ๆ เช็ดตามทางมด มดจะหาทางเดินไม่เจอ

2.โรยพริกป่น สะระแหน่แห้ง กากกาแฟ ตามบริเวณที่มดเดินหรือบีบมะนาวตามรูเข้าของมด หรือทิ้งเปลือกมะนาวไว้ตรงนั้น ปลูกสะระแหน่ไว้รอบบ้าน มดจะไม่กล้าเข้าใกล้

3.ใช้ผงฟูโรยตามทางของมด หรือใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำเช็ดตามทางเดินมด แมลงสาบ

4.ใช้ข้าวโอ๊ตหรือแป้งข้าวโพดผสมปูนปาสเตอร์อย่างละเท่า ๆ กัน โรยบริเวณที่แมลงสาบมารบกวน เมื่อแมลงสาบกินเข้าไปปูนพลาสเตอร์จะแข็งตัว ทำให้แมลงสาบตาย

5.ใช้ผงฟูผสมกับน้ำตาลทรายอย่างละเท่าๆ กัน โรยบริเวณที่แมลงสาบมารบกวน

6.ใช้แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ บอแร๊กซ์ 4 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันใช้ โรยบริเวณที่ยุงมารบกวน

7.เอาตะไคร้หอมหั่นแล้วตำ คั้นเอาแต่น้ำแล้วนำไปเคี่ยวจนเป็นน้ำมันใช้ทาผิวหนังกันยุง

8.ใช้กาบมะพร้าวหรือเปลือกส้มตากแห้งจุดไฟ เพื่อให้เกิดควันไล่ยุง

9.ปลูกต้นแก้วหรือต้นราตรีไว้บริเวณประตูและหน้าต่าง จะช่วยไล่ยุงได้

*แค่นี้บ้านของทุกคนก็จะไม่ถูก มด แมลงสาป มากวนใจ แร้วคร่ะ

-------------------------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

" อัตราย!! จาก...คอนเเทคเลนส์ "


“คอนแทคเลนส์” หรือ “เลนส์สัมผัส” จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ชนิดหนึ่งที่ใช้เพื่อปรับสายตา
แต่!!ในปัจจุบันได้มีการนำเอาคอนแทคเลนส์มาใช้สวมใส่เพื่อความสวยงาม
ซึ่งมีทั้งแบบที่ทำให้ดวงตา ดูกลมโตขึ้น และแบบที่ช่วย เปลี่ยนสีตาเป็นสีต่าง ๆ ได้

กระแสคอนแทคเลนส์แฟชั่นได้แพร่ระบาดเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อประมาณต้นปี 2549 ที่ผ่านมา โดยวัยรุ่นไทยนิยมใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่นเพื่อให้ตา กลมโตเลียนแบบดาราเกาหลี และญี่ปุ่น

คอนแทคเลนส์แฟชั่นดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันดีในนาม บิ๊กอายส์ หรือ คอนแทคเลนส์ตาโต
ราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน ระยะเวลาการใช้งานก็มีให้เลือกหลากหลาย
ตั้งแต่ 1 เดือนไปจนถึง 1 ปี
ปัจจุบันคอนแทคเลนส์แฟชั่นไม่ได้มีวางจำหน่ายแต่เฉพาะในร้านแว่นตา หรือคลินิกจักษุแพทย์เท่านั้น

แต่!!ยังมีวางขายตามแผงค้าตามแหล่งแฟชั่น รวมไปถึงการวางจำหน่ายในเว็บไซต์
ทำให้ผู้บริโภคหาซื้อคอนแทคเลนส์แฟชั่นมาสวมใส่ได้ง่ายยิ่งขึ้น
แต่!!ไม่ว่าจะใช้คอนแทคเลนส์เพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตาม
เลนส์ที่ใช้จะต้องสัมผัสกับผิวของดวงตาที่บอบบาง การติดเชื้อหรือฉีกขาดอาจเกิดได้ง่าย
จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
การใช้คอนแทคเลนส์หากใช้ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้และอาจรุนแรงถึงขั้นตาบอดได้ เหมือนกับข่าวเมื่อปลายปี 49 ที่ผ่านมา ที่มีชายชาวนิวซีแลนด์ที่ตาบอดจากการสวมใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่นเพื่อความสนุกสนานในงานปาร์ตี้จนเกิดการติดเชื้อหลังสวมใส่คอนแทคเลนส์นาน 3 วันทั้งนี้การใส่คอนแทคเลนส์จะต้องได้รับการตรวจตาโดยจักษุแพทย์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตรศาสตร์ โดยผู้สวมใส่จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของจักษุแพทย์ หรือนักทัศนมาตรศาสตร์ หรือคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัดและเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้จัดทำมาตรการกำกับดูแลคอนแทคเลนส์ทุกประเภทให้เข้มงวดมากขึ้น โดยได้จัดทำร่างประกาศกำหนดให้คอนแทคเลนส์ทุกประเภท เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า จะต้องแจ้งรายละเอียดต่ออย.ก่อนผลิตหรือนำเข้า
อีกทั้งกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ผลิตหรือนำเข้าต้องจำหน่ายคอนแทคเลนส์ให้กับสถานที่ที่กำหนดเท่านั้น เช่น สถานพยาบาล ผู้บริโภคไม่ควรซื้อคอนแทคเลนส์ที่จำหน่ายตามแผงลอย เพราะอาจเป็นอันตรายถึงตาบอดได้นอกจากนี้ อย. ยังได้กำหนดให้ฉลากของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะต้องมีคำเตือน ข้อห้ามใช้ และข้อควรระวังต่าง ๆ บนฉลากอย่างชัดเจนนพ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ....
“ประชาชนควรระมัดระวังการใช้คอนแทคเลนส์ทุกชนิด โดยไม่ควรซื้อมาใช้เอง และซื้อจากร้านที่เป็นแผงลอย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด และหากมีภาวะผิดปกติ เช่น ต้อเนื้อ ต้อลม ตาแดง กระจกตาไวต่อความรู้สึกลดลง ตาแห้ง กะพริบตาไม่เต็มที่ ก็ไม่ควรใช้คอนแทคเลนส์”

*******************************

สิ่งที่สำคัญที่ต้องระลึกถึงอยู่เสมอคือเรื่องสุขลักษณะ ต้องล้างมือให้สะอาดและทำให้แห้งก่อนสัมผัสเลนส์ การสวมและการเปลี่ยนเลนส์ก็ให้เป็นไปตามระยะที่กำหนด การล้างและการเก็บรักษาเลนส์ก็ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ส่วนภาชนะที่เก็บเลนส์ก็ต้องรักษาให้สะอาดอยู่เสมอ ห้ามใช้คอนแทคเลนส์ร่วมกับบุคคลอื่น ห้ามใส่ขณะว่ายน้ำเพราะอาจทำให้ติดเชื้อที่ตา และห้ามใส่เวลานอน ถึงแม้ว่าจะเป็นชนิดใส่นอนได้ก็ตาม และต้องถอดทำความสะอาดทุกวัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหรือปวดตาเป็นอย่างมาก ร่วมกับอาการแพ้แสง ตามัวลง น้ำตาไหลมาก ตาแดง ให้หยุดใช้คอนแทคเลนส์ทันที และให้รีบไปพบแพทย์หรือจักษุแพทย์โดย